43 : Destination : EGYPT {Day1}
posted on 02 May 2008 20:17 by blankdish in Souvenir
กลับมารีวิวทริปอียิปต์แล้วจ้า (TvT)/
เราจะแบ่งอัพทั้งทริปตามวันที่ไปน่อ เพราะใช้หากินได้หลายเอ็นทรี่อยู่ หึหึ
บอกก่อนว่า พิมพ์ค่อนข้างยาว ใครอ่านจนหมดจะกระโดดกอด!
ไปกันโลด ฮัดช่า~

(ดูวันที่สิ ดองได้อีก TvT)
วันแรกเครื่องลงที่ ไคโร (Cairo) ค่ะ ได้เข้าโรงแรมไปยืดแข้งขากันพอสังเขป หลังจากบิดคู้อยู่บนเครื่องมารวม 9 ชม.บน Egypt Air (ซึ่งพนักวางเท้าเจ๊งทุกที่นั่ง... โฮก)
โรงแรมที่เราไปพักเห็นปิรามิดสามองค์ของเมืองกิซ่าอยู่ใกล้ๆด้วย แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมา แง่ม TvT
ทริปนี้เราไปกับทัวร์จร่ะ ทั้งหมด 16 คน มีไกด์สองคน
ไกด์ไทยชื่อคุณ ยอดชาย คนอียิปต์เรียกชาลี แต่ไกด์ท้องถิ่นของกรุ๊ปเราเรียก ชิลลี่!
เค้าชอบเล่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยบนรถทัวร์ไม่ให้พวกเราเบื่อค่ะ ทั้งเรื่องอียิปต์ ไปจนถึงที่กินที่เที่ยวในไทย
(ไปอียิปต์แต่เหมือนไปพัทยา โดยประมาณ = =b)
ส่วนไกด์ท้องถิ่นชื่อ Ayman ไอมาน รึจะเรียก Iceman ก็ได้ เพราะหุ่นและความชอบไอติม กร๊าก~
(Iceman เป็นยี่ห้อไอติมที่อียิปต์หนอ)
ไอมานรู้เยอะมากกกก เพราะเรียนทางอียิปต์วิทยามาโดยเฉพาะ แล้วแกก็เล็คเชอร์แบบโรลเพลย์ สนุกและฮา แถมให้ความรู้แบบไม่ยั้ง ถามหนึ่งประโยคตอบยกพารากราฟด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงแขกที่บางครั้งเสียง p ก็กลายเป็นเสียง b!
(แต่เราว่าเราฟังไอมานรู้เรื่องกว่าฟังอาจารย์เยอรมันที่คณะเล็คเชอร์ภาษาอังกฤษอีกนะเฮ้ย = =)
ที่แรกที่จะไปกันคือ เมมฟิส (Memphis) อยู่ไม่ไกลกันมาก อารมณ์เหมือนกรุงเทพ-สุโขทัย เพราะที่นี่เคยเป็นเมืองหลวงเก่าของอียิปต์มาก่อนจร่ะ ก็แวะไปพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งประจำเมืองกัน ฟ้าไม่มีเมฆจนน่ากลัวเลยทีเดียว...

มีสฟิงซ์ตัวน้อย ที่สร้างจากหินอ่อนพิเศษอลาบาสเตอร์ด้วย (Alabaster) คือปกติเค้าจะนิยมสร้างสฟิงซ์ให้มีหน้าของฟาโรห์ แต่ตัวนี้ไม่ชัวร์กันว่าหน้าของใคร แล้วก็รูปปั้นฟาโรห์รามเสสที่สอง (Ramses II) สังเกตว่าท่านก้าวเท้าซ้ายออกมาข้างหน้า
คนอียิปต์เชื่อว่าด้านซ้ายหมายถึงชีวิต ส่วนด้านขวาคือความตายล่ะ
ทำไมเชื่อแบบนั้นเดี๋ยววันหลังจะขยายความน่อ...
ใกล้ๆกันมีฐานรูปปั้นที่มีคาร์ทูชด้วย (Cartouche) เป็นช่องสำหรับเขียนชื่อคนในราชวงศ์แบบอักษรเฮียโรกลิฟฟิกอะน่อ
อันนี้ชื่อใครจำไม่ได้แล่ว แต่เอาเป็นว่าคาร์ทูชชื่อฟาโรห์เค้าจะมี determiner กำกับชื่อไว้ค่ะ
อย่าง "บุตรของเทพรา" หรือ "ผู้ครองนครเหนือและใต้" อะไรประมาณนี้
ต่อไปก็เขยิบข้ามาในอาคารพิพิธภัณฑ์ล่ะ ตอนเข้าไปแอบตื่นเต้นเพราะจะได้มาเห็นหน้ารามเสสที่สองแบบโคลสอัพ!
คือเค้าโผล่มาในกลอน Ozymandius (ชื่อของท่านรามเสสแบบภาษากรีก) ของ Percy B. Shelley ที่เคยเรียนในวิชา Poetry อะน่อ ประมาณว่าตามมาหลอกหลอน 555
ใครสนใจอยากอ่านก็จิ้มสิจ๊ะ

รามเสสที่สองเป็นฟาโรห์ที่ยิ่งใหญ่มากกกกก อยู่ในช่วงประมาณปี 1290 BC นู่น เป็นฟาโรห์ที่ครองราชย์นานที่สุดถึง 67 ปีเลย อียิปต์ยุคของท่านมีอาณาเขตกว้างไกล แล้วเวลาท่านเค้าไปไหนก็จะสร้างวิหารเอย รูปสลักของตัวเองเอยไว้ตามที่ต่างๆทั่วไปหมด รูปสลักนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ สูงตั้ง 13 เมตรจนคนสมัยนี้ทึ่งว่าสมัยนั้นทำไปได้! แล้วเวลาเค้าแกะนี่ไม่ใช่แกะแนวนอนนะ ไอมานบอกว่าเค้าจะแกะจากหินที่ตั้งอยู่ทั้งแท่ง
พอเวลาผ่านไปก็ล้มหงายหลังลงมาแตกหักเช่นนี้แล ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืนนะท่านนะ (เหมือนในกลอน ฮา)
มีเรื่องเล่าว่าท่านรามเสสมีภรรยาน้อย (ซึ่งไม่น้อย) 99 คน แถมมีลูกเป็นร้อยเลยทีเดียว = =!
แต่ศรีภรรยาที่เค้ารักมากที่สุดคือเนเฟอร์ตีริ (Nefertiri) อะน่อ เอ่อ... อย่าเพิ่งสับสนกับเนเฟอร์ตีติ (Nefertiti) นะ
อาจจะได้ยินชื่อคนนี้บ่อยกว่าแต่รายนั้นเป็นศรีภรรยาของฟาโรห์อเคนาเต็น (Akhenaten) จร่ะ
อนึ่ง ไอมานบอกว่า Nefer=Beauty / Tiri=Coming ส่วน Titi=Arrived (แสดงว่าตีติสวยกว่าตีริ?)
ขอลงไอมานรูปนึง ฮาดี ประชันพุง กร๊าก~

เข้าเฝ้าท่านรามเสสกันเรียบร้อยแล้วเราก็บึ่งรถต่อไปที่เมือง ซัคคารา (Saqqara) ค่ะ มาถึงที่นี่ฟ้าไม่เหลือสีฟ้าเลยทีเดียว เพราะว่าพายุทรายมาพอดี บู่ =3=
ที่นี่มี ปิรามิดขั้นบันได (Step Pyramid) อยู่ เป็นปิรามิดต้นแบบที่ออกแบบโดยสถาปนิกอิมโฮเทป (Imhotep)
สร้างในสมัยฟาโรห์ซอเซอร์ (Djoser) ช่วงราชวงศ์ที่สาม บวกลบแล้วประมาณเมื่อเกือบห้าพันปีก่อน ก๊อด...
แต่ก่อนนู่นของนู่นของนู่น เค้าจะเก็บศพในที่ที่เรียกว่า มัสตาบาค่ะ (Mastaba) เป็นสุสานทรงสี่เหลี่ยมคางหมูเตี้ยๆพร้อมห้องหับใต้ดิน แต่ท่านซอเซอร์ไม่ปลื้ม อิมโฮเทปเลยเสนอไอเดียให้สร้างเป็นขั้นบันไดสิท่าน...

ไอมานพาพวกเราเดินเข้าทางข้างหลังของปิรามิดขั้นบันไดเพราะต้องหลบพายุทรายค่ะ
ที่นี่จะตื่นเต้นอะไร จะโอ้โหอะไรต้องรีบทำ เพราะถ้าอ้าปากค้างนานเกิน ทรายจะเข้าปากไปให้เคี้ยวกรุบกรับเล่น!
(แล้วเราก็ได้เคี้ยวไปหลายเม็ดอยู่ อา... ซิลิก้าอียิปต์)
ทางที่เราเดินมาเป็นทางที่เค้าใช้อัญเชิญ (ใช้คำถูกมั้ยเนี่ย?) ศพฟาโรห์เข้าปิรามิดเพื่อไปทำมัมมี่ต่อ ได้ผ่านประตูที่เป็นสัญลักษณ์ของการผ่านโลกคนเป็นไปสู่อีกโลกนึงด้วย

อันนี้ อารมณ์ขันของชาวอียิปต์.... รึป่าวฟระ?
บ๋ายบายซัคคารากันแล้ว ก็ปุเลงรถกลับไคโรกัน ได้ชมเมืองระหว่างทางจะไปกินข้าวเที่ยง (อาหารจีน) กันนิด
ระหว่างทางจะเห็นบ้านที่สร้างเป็นตึกๆ ก่อด้วยอิฐแดงเหมือนสร้างไม่เสร็จเยอะพอควร
คุยกันไป ถามกันมาได้ความว่าเค้าสร้างแบบนี้เพราะบ้านที่สร้างไม่เสร็จจะเสียภาษีน้อยกว่า =[]=
(ถ้าสถาปนิกอิมโฮเทปฟื้นขึ้นมาเห็นจะว่ายังไงล่ะเนี่ย?) แต่หนังสือบางเล่มก็บอกว่าสร้างประชดพายุทราย...
จุดหมายต่อไปคือ Museum of Cairo ค่ะ มีแต่ประตูเข้ามาให้ดูเพราะเค้าห้ามถ่ายรูปข้างใน งื่อ ;w;
จริงๆตามตารางเที่ยวเค้าจะพาไปปิรามิดกิซ่า แต่ว่าพายุทรายลงเลยเลื่อนโปรแกรมให้มาที่นี่ก่อน

ที่นี่มีแค่สามชั้นแต่ของเยอะมากกกกก ไอมานบอกว่าจะให้เล็คเชอร์ทุกชิ้นเดือนนึงยังไม่พอ!
ตอนไปเค้ากำลังจะปิดเลยรีบๆเร่งๆกันวิ่งดูชิ้นที่สำคัญๆ รายละเอียดเล็คเชอร์ไม่ขอพิมพ์นะเคอะ เดี๋ยวจะมึน~
ส่วนของชิ้นที่คิดว่าทุกคนน่าจะเคยได้ยินชื่อ หรือเคยเห็นครือ
หน้ากากทองคำของฟาโรห์ตุตันคามุน (Tutankhamun) ค่ะ
อนึ่ง ชื่อนี้ถ้าแยกรากศัพท์ตามภาษาอียิปต์จะอ่านเป็น Tut-Ankh-Amun (หรือ Amen ก็ได้ เป็นชื่อเทพเดียวกัน)
จำง่ายๆว่า "ตุ๊ด-อั๊งค์(ห)-อะมุน" (ก็ไอมานเค้าอ่านงี้...)

(รูปจิ๊กมาจากวิกิจ้า)
ตอนเข้าไปดูคนมุงเยอะมากกกกก แล้วก็เจอวัยรุ่นสเปนคนนึงควักมือถือขึ้นมาถ่ายรูประยะประชิดเฉยเลย =[]=
ก็เป็นฟาโรห์ที่ครองราชย์สั้นค่ะ แค่สิบปี แล้วก็ยังเป็นวัยรุ่นอยู่ด้วย ที่ดังคงเพราะกรุสุสานของเค้าที่โฮวาร์ด คาร์เตอร์ไปขุดน่ะ
มีสมบัติเยอะมาก (แถมพกด้วยคำสาป... คำสาปรึฤทธิ์เชื้อราอันนี้แล้วแต่ความเชื่อนะจ๊ะ)
แล้วถ้านับตามลำดับญาติราชวงศ์ ตุตันคามุนก็นับเป็นลูกเขยของเนเฟอร์ติติด้วย เพราะ Ankhesenamen (อ่านไม่ถูกเหมือนกัน =v=') ซึ่งเป็นแฟนภรรยาของตุตันคามุนเป็นลูกสาวของเนเฟอร์ติตินั่นเอง~
มัมมี่ของตุตันคามุน ไปจนถึงมัมมี่ของรามเสสที่สองก็มีให้ดูกันที่นี่ด้วย เป็นห้องมัมมี่ราชวงศ์ แต่ต้องเสียตังค์เพิ่ม 100 อียิปต์ปอนด์ = ประมาณ 600 บาท! ไม่ได้เข้าไปดู เลยหนีไปซื้อหนังสือมาแทน...
วันนี้ก็ปิดทริปเที่ยวกันแค่นี้ล่ะค่ะ รายการต่อไปเป็นทริปเสียตังค์ คือเค้าพาเราไปแวะร้านขายน้ำหอม ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของอียิปต์เหมือนกัน ที่ที่ไปชื่อ Perfume Palace น่อ น้ำหอมที่นี่เป็นหัวเชื้อน้ำหอม ไม่มีแอลกอฮอล์เจือปน เค้าบอกว่าแบรนด์น้ำหอมยี่ห้อดังๆจะมาซื้อไปขายล่ะ
ชื่อน้ำหอมแบบว่าอียิปต์นักแล พ่อแม่กับเราซื้อกันไปคนละกลิ่นค่ะ
เราได้กลิ่น Sahahrzad กลับมา ซึ่งมันคือกลิ่นของ Flower by KENZO ชัดๆ!
เค้าเลี้ยงเครื่องดื่มด้วยเลยจิ๊กโค้กพ่อมากิน ขวดเท่ดี เอิ๊ก
มื้อเย็นวันนี้ก็เป็นซีฟู้ดพื้นเมืองสดๆสลดๆ กินแล้วชวนหลับเพราะโทรมกันมาทั้งวัน = ='
แล้วก็กลับไปสลบที่โรงแรม วันแรกก็เอวังด้วยประการฉะนี้~
เอาล่ะ... พิมพ์ๆ พลิกๆ (หนังสือ)มาสองชั่วโมงติด จะอ้วกแล้ว คิดว่าคงอ่านกันไม่ไหวแล้วเหมือนกัน 555
ถ้าใครอ่านมาจนหมดก็ขอบคุณมากกกกกกกกกกกกกเลยน่อ ดีใจที่สนใจจ้า 'w'
ถ้าใครเจอข้อมูลตรงไหนผิดก็เม้นต์บอกกันได้นะ
เดี๋ยววันที่สองจะตามมาติดๆ~ (...ล่ะน่า จะพยายามไม่ดอง)

ฟ้าเป็นฟ้า อาหารทะเลมันต้องหยั่งงี้! สบายๆในสุสาน รถติดแล้วไง? สำเพ็งเมืองแขก แม็คเมืองอาหรับ
ทั้งหมดนี้ใน...
เอ็นทรี่หน้า!!! อย่าลืมอ่านกันน้า~
POST SCRIPT
... ช่วงนี้กำลังทำงานให้คุ้มเงินค่าขนมอยู่ฮ่ะ
เพราะฉะนั้น ถ้าใครติดต่อเราไม่ได้ ฝากอะไรไว้แล้วเจือกไม่ติดต่อกลับ หรือโทรไปแล้วดันเจอพ่อเรารับ
ก็ขอโทษนะกร๊า~
... Silent Hill Origin ได้เล่นแล้ว! ยังไม่จบ! หมอคอฟฟ์แมนหน้าเรียบเหมือนไปฉีดโบท็อกซ์มา! ปิรามิดเฮดมีพี่ชาย!
เพลงในโลกคู่ขนานครีปปี้สุดหูรูด! อยากวาดโด (โว้ย) !
แต่ถามจริงว่าใครมันจะบ้าแบกพิมพ์ดีดกับเตาปิ้งขนมปังย่ำต้อกไปทั่วเมืองงง!!?
... ดิฉันติด MythBuster!
แล้วก็ขอบคุณ Hallmark ที่เอา Wire in the Blood ซีซั่น 4 มารีรัน!
ดูหมอฮิลล์แล้วมีฟามสุข อะย๊า Vv (... เข้าโหมดซาลาหรี่มังติดละคร)






#1 By Pl@y-M@Te on 2008-05-02 20:28